แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อ่อนนุช-แบริ่ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อ่อนนุช-แบริ่ง แสดงบทความทั้งหมด

27/1/56

6 ทำเลทอง มอง ความเสี่ยงลงทุนคอนโด



   อาจจะดูร่วงโรยไปบ้างในบางขณะ สำหรับการลงทุนในคอนโดมิเนียม ทำให้ช่วงที่ผ่านมาเราจึงเห็น "นักช้อปคอนโด" เพลามือลง เพราะซื้อแล้วอยู่ในสภาวะ "ติดมือ" กันให้เกลื่อนไปหมด

          นั่นทำให้ต้องมีการสแกนและอัพเดทสถานการณ์การลงทุนในตลาดคอนโดอยู่เนืองๆ

          Fundamentals ฉบับนี้ จะพาไปรีวิวสถานการณ์ตลาดคอนโดทั้งปัจจุบันและช่วงที่เหลือของปีนี้

          "ทำเลทอง" จะอยู่มุมเดิมหรือเคลื่อนไปหามุมใหม่ "ความเสี่ยง" มีอะไรบ้าง และทำไม "เออีซี" ถึงเป็นตัวใหม่ที่จะปลุกให้การลงทุนในคอนโดมีชีวิตชีวาขึ้น

          สถานการณ์ตลาดคอนโด


          "ชาติชาย พยุหนาวีชัย" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย ฉายภาพให้เห็นถึงสถานการณ์ตลาดคอนโดมิเนียมครึ่งแรกของปี 2555 ว่ามีโครงการคอนโด เปิดตัวราว 3.5 หมื่นยูนิต ในขณะที่มีการเปิดตัวที่อยู่อาศัยแนวราบเพียงกว่า 1 หมื่นยูนิต เปรียบเทียบสัดส่วนได้ 60 : 40 ขณะที่ในครึ่งปีแรก 2554 โครงการคอนโดมิเนียมมีจำนวนการเปิดตัวใหม่ราว 2.7 หมื่นหน่วย ซึ่งถ้าเทียบกับปีก่อน เท่ากับ ครึ่งปีแรก คอนโดเปิดตัวมากขึ้นประมาณ 30% จากปีก่อน

          สาเหตุที่มีการเปิดตัวมากขึ้นกว่าปี 2554 มาจากหลายโครงการเลื่อนการเปิดตัวมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเกิดน้ำท่วมใหญ่ ทำให้ต้องมาเปิดโครงการกระจุกตัวในช่วงครึ่งปีแรก โดยที่อยู่อาศัยที่ได้รับความนิยมมากที่สุดได้แก่ ห้องชุดราคาประมาณ 0.7 - 2 ล้านบาท ซึ่งเป็นห้องชุดราคาปานกลางค่อนข้างถูก

          อย่างไรก็ตาม ความต้องการคอนโด ขนาดเล็กในย่านกลางเมืองยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง ส่วนคอนโดระดับลักชัวรีความต้องการในตลาดขับเคลื่อนด้วยกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่เอง อาจมีบางส่วนมาจากนักลงทุนปล่อยเช่า ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีคอนโดระดับลักชัวรีหลายแห่งที่สามารถปิดการขายด้วยราคาสูงสุดระดับ 160,000-200,000 บาทต่อตารางเมตร ส่วนใหญ่มักเป็นโครงการที่ตั้งอยู่ในย่านลุมพินี สำหรับย่านสุขุมวิท คอนโด ระดับราคา 80,000-100,000 บาท/ตารางเมตร หรือราคาประมาณ 2-3 ล้านบาท/ยูนิต มีอัตราการขายชะลอตัวลง เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีสินค้าในระดับราคาดังกล่าวเข้าสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก  "จากการสำรวจโครงการที่ขึ้นใหม่ในช่วงครึ่งแรกปีนี้พบว่าส่วนใหญ่จะเปิดย่านรัชดา-ห้วยขวาง รองลงมาเป็นช่วงสุขุมวิทตอนปลาย หรือตั้งแต่ซอย 101 ขึ้นไป โดยย่านรัชดาภิเษกพบว่ามีการเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่รวม 8,000 ยูนิต ขณะที่สุขุมวิทตอนปลายมีการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่รวม 7,000 ยูนิต"


          ครึ่งปีหลังเป็นความต้องการที่แท้จริง


          ชาติชาย ยังบอกอีกว่าในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา มีคอนโดมิเนียมเกิดใหม่ราว 2-3 แสนยูนิต โดยในปี 2553 ถือเป็นยุคทองของคอนโดมิเนียมเพราะมีโครงการคอนโดเกิดใหม่ถึง 6.6 หมื่นยูนิต และในปี 2554 มีโครงการคอนโด เกิดใหม่ 5 หมื่นยูนิต โดยคาดว่าทั้งปี 2555 น่าจะมีโครงการคอนโด เกิดใหม่ราว 5 หมื่นยูนิต

          "ในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าการเปิดตัวจะลดลง พิจารณาได้จากการเปิดตัวในช่วงต้นไตรมาส 3 ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากการโหมเปิดตัวโครงการใหม่ในช่วงต้นปี อีกทั้งแนวโน้มการขายในช่วงที่ผ่านมาชะลอตัวลง ในส่วนของคอนโดมิเนียมระดับกลาง-ล่าง ที่มีราคาขายไม่เกินตร.ม. ละ 3-4 หมื่นบาท ในช่วงครึ่งปีหลังยังคงไปได้ดี เหตุเพราะผู้ประกอบการในกลุ่มนี้ยังมีจำนวนน้อย แต่ความต้องการของตลาดยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ส่วนคอนโดมิเนียมราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท ผมคิดว่ายังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ผู้บริโภคจำต้องเลือกบริโภคแต่สิ่งที่จำเป็น ดังนั้นยอดขายคอนโดมิเนียมในช่วงครึ่งปีหลัง จะเป็นความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค ไม่ใช่ซื้อเพื่อการเก็งกำไร เหมือนอย่างเช่นที่ผ่านมา"

          ทั้งนี้ ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส จำกัด ระบุว่า ปัจจุบันโครงการรอขายมีอยู่ถึง 324 โครงการ รวมมูลค่าถึง85,377 ยูนิต ที่คาดว่าจะเปิดใหม่ภายใน 1-2 ปีนี้ ในจำนวนดังกล่าวเป็นอาคารชุดมากถึง จำนวน 184 โครงการ หรือคิดเป็น 57% ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ตามแนวรถไฟฟ้า

          "เออีซี" ปัจจัยสำคัญสร้างดีมานด์


          ชาติชาย ให้ทัศนะว่าคอนโด ที่อยู่ในแนวรถไฟฟ้าทั้งปัจจุบันและแนวรถไฟฟ้าที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วง 3-5 ปีนี้ ได้กลายเป็นที่ต้องการของตลาด เนื่องจากใกล้ระบบขนส่งที่สะดวกสามารถเดินทางไปสถานที่ต่างๆ ในเขตชั้นในเมือง แหล่งชอปปิง แหล่งธุรกิจที่รวดเร็ว โดยคอนโดในเขตแนวรถไฟฟ้ามีการปรับตัวขึ้นในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาค่อนข้างมาก ยกตัวอย่าง ตามแนวรถไฟฟ้าพหลโยธิน จากตารางเมตรละ 5-6 หมื่น มาเป็นตารางเมตรละ 1 แสนบาทในปัจจุบัน

          นอกจากนี้ การถีบตัวของราคาคอนโดแนวรถไฟฟ้า ยังมีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น "การปรับราคาที่ดิน" เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2555 จะเห็นได้ว่าทำเลที่มีการปรับตัวสูงที่สุด ในแนวรถไฟฟ้ามีการขยับราคาเพิ่มขึ้นถึง 39.20% ซึ่งเมื่อเทียบกับรอบบัญชีปี 2551-2554 มีการเปลี่ยนแปลงเฉลี่ยอยู่ที่ 21.34% เป็นพื้นที่กรุงเทพฯ 17.13% และภูมิภาค 21.40%

          ขณะเดียวกัน ผลกระทบจากการประกาศใช้ "ผังเมืองกรุงเทพมหานคร" ในปีหน้า ก็เป็นตัวแปรที่สำคัญ โดยคอนโดทำเลใจกลางเมืองคึกคัก หลังจากผู้บริโภคตัดสินใจซื้อก่อนบ้านปรับราคา จากผลกระทบหลังประกาศใช้ผังเมืองกรุงเทพมหานครถูกประกาศใช้ในปีหน้า นอกจากนี้ จะทำให้โครงการอสังหาฯ ใหม่จะขยับออกไปชานเมือง รวมถึงส่งผลให้บ้านมือสองหรือคอนโดใจกลางเมืองจะได้รับผลในเชิงบวก เนื่องจากเดินทางสะดวกและใกล้แหล่งชอปปิงและที่ทำงาน

          "ขณะนี้ผู้ขายเริ่มปรับราคาขายบ้าน คอนโดในใจกลางเมือง จากผลกระทบเรื่องผังเมืองที่กำลังจะประกาศใช้ รวมถึงปัจจัยเรื่องต้นทุน ตั้งแต่ราคาวัสดุก่อสร้าง ต้นทุนค่าขนส่ง และค่าจ้างแรงงานที่ทยอยปรับขึ้นตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา"

          แต่ประเด็นที่ฮอตที่สุดในเวลานี้คือ ตัวแปรเรื่อง "ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC )" ที่จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างดีมานด์ เพราะเมื่ออาเซียนจะรวมตัวเป็น ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในวันที่ 1 มกราคม 2558 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยมากมาย ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม แต่ในที่นี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น โดยเฉพาะกรุงเทพฯ จะเป็นศูนย์กลางในการขนส่งสินค้าและบริการในภูมิภาค เนื่องจากมีระบบขนส่งที่ดีและมีทำเลที่ตั้งอยู่ศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน จะเกิดผลตามมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแรงงานจะเคลื่อนย้ายอย่างเสรี เกิดขึ้นจากบริษัทต่างชาติจะเข้ามาดำเนินกิจการในกรุงเทพฯ มากขึ้น ทำให้มีผู้บริหารทั้งระดับสูงและระดับกลางจากชาติต่างๆ เข้ามาบริการและปฏิบัติงานในเมืองไทยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดความต้องการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้บริหารมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่จะต้องเป็นคอนโด เนื่องจากกฎหมายเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติซื้อคอนโด ได้ไม่เกิน 49% ของจำนวนหน่วยทั้งหมดในโครงการนั้นๆ

          "สำหรับ ราคาคอนโดที่ต่างชาติซื้อ จะอยู่ในระดับราคาประมาณ 3-5 ล้านบาท ในย่านธุรกิจ รวมทั้งแนวรถไฟฟ้า โดยปัจจุบันได้มีผู้ที่ตระหนักถึงปัจจัยข้างต้นและเริ่มมีการซื้อคอนโดเพื่อ เก็บเกี่ยวผลตอบแทนในช่วงเปิดเออีซีแล้ว ส่งผลให้ส่วนหนึ่งราคาคอนโด ทั้งโครงการใหม่และมือสองมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด"

          เปิด 6 ทำเลทอง


          เพื่อความแม่นยำในการลงทุน ชาติชายช่วยสแกนหาทำเลทองคอนโดยอดฮิต ซึ่งมีหลายทำเล ส่วนใหญ่จะกระจายไปตามแนวรถไฟฟ้า ทั้งเส้นทางใหม่ ๆ และส่วนต่อขยาย

          "สุขุมวิทศูนย์กลางธุรกิจ" เป็นพื้นที่ที่กลุ่มชนต่างชาตินิยมพักอาศัย จึงทำให้พื้นที่นี้เติบโตดีทั้งอุปทาน อุปสงค์และราคา แต่ด้วยการเปิดโครงการกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันเริ่มเกิดภาวะทรงตัวของปริมาณอุปสงค์ เพราะราคาที่ดินที่สูงจนเกินไปทำให้การพัฒนาโครงการใหม่ทำได้ลำบากขึ้น

          "สาทรตัดใหม่" ถือว่าได้อานิสงส์จากรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีลม ตั้งแต่ย่านเจริญกรุง เจริญนคร เป็นทำเลทองที่มีคอนโดทั้งใหม่ และมือสองมากที่สุด ส่วนใหญ่เป็นคอนโด ระดับบน ราคาแพง แต่ก็สามารถขายได้เร็ว เนื่องจากตลาดมีความต้องการอยู่ในระดับสูงมาก

          "Airport Link" พื้นที่ตลอดแนว Airport Link ก็เป็นอีกทำเลหนึ่งที่ได้รับความนิยมขึ้นมาทันที หลังจากที่โครงการรถไฟฟ้า Airport Link เปิดให้บริการ เช่น ถนนรามคำแหง คลองตัน พระราม 9 และ อโศก-เพชรบุรี เพราะอยู่เกาะแนวรถไฟฟ้า ทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยบริเวณนี้เพิ่มขึ้น ทั้งที่ในอดีตทำเลเหล่านั้น ถูกลืมไปหายนักลงทุนแล้ว เนื่องจากไม่มีศักยภาพ อีกทั้งยังมีปัญหาจราจรติดขัดอย่างหนัก

          บริเวณถนนรามคำแหง เป็นทำเลที่นักลงทุนโครงการคอนโดมิเนียมราคา 1 ล้านบาทต้นๆ แห่ไปลงทุนหลายราย

          "อ่อนนุช-แบริ่ง" กลายเป็นทำเลทองอีกครั้ง หลังจากส่วนต่อขยายสายสีเขียว อ่อนนุช-แบริ่ง เปิดให้บริการรถไฟฟ้า BTS เห็นได้จากผู้ประกอบการพากันไปเปิดโครงการคอนโดมิเนียม เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการซื้อคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าย่านสุขุมวิท แต่มีงบประมาณไม่เพียงพอสำหรับโครงการย่านสุขุมวิทตอนต้น ๆ เพราะมีราคาสูงมาก เนื่องจากการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจากสถานีอ่อนนุชไปยังสุขุมวิทตอนต้นนั้นใช้เวลาเพียงประมาณ 10-15 นาทีเท่านั้น อีกทั้งอยู่ใกล้ทางด่วน ห้างสรรพสินค้าและสถานที่สำคัญต่าง ๆ

          "แจ้งวัฒนะ-รามอินทรา-วัชรพล"ศูนย์ราชการแห่งใหม่เปิดให้บริการ ซึ่งแม้ว่าหน่วยงานราชการจะเปิดให้บริการยังไม่ครบก็ตาม แต่ก็ทำให้มีข้าราชการและลูกจ้างมาทำงานกว่า 50,000 คน และเพิ่มขึ้นอีกกว่า 100,000 คน ประกอบกับ รัฐบาลมีนโยบายลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ปากเกร็ด-แจ้งวัฒนะมีนบุรี ยิ่งทำให้บริเวณถนนแจ้งวัฒนะกลายเป็นทำเลทองแห่งใหม่ที่นักลงทุน นักเก็งกำไร รวมถึงผู้บริโภครายย่อยแห่ไปลงทุนจำนวนมากแม้ว่าราคาที่ดินในย่านดังกล่าวจะพุ่งสูงขึ้นไปแล้วก็ตาม แต่ยังมีโอกาสที่จะปรับตัวสูงขึ้นอีก หลังจากที่ศูนย์ราชการแห่งใหม่เปิดให้บริการครบทุกหน่วยงาน นอกจากนี้บริเวณหลักสี่เชื่อมต่อถนนรามอินทราซอยต้นๆ ซอยวัชรพล กม.8 รวมถึงมีนบุรี เห็นได้จากดีเวลลอปเปอร์หลายรายแห่ไปจับจองพื้นที่เพื่อลงทุนโครงการใหม่หลายแห่ง

          "สายสีม่วงบางใหญ่-บางซื่อ" รถไฟฟ้าสายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จตามแผนในปี 2557 นั้น ทำให้ดีเวลลอปเปอร์ทั้งรายใหญ่และรายย่อย ต่างเข้าไปลงทุน เนื่องจากราคาที่ดินค่อนข้างต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับที่ดินติดรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากแหล่งชุมชน หน่วยงานราชการ เช่น กระทรวงสาธารณสุข และห้างสรรพสินค้า

          สำรวจ 4 ความเสี่ยง

          อาจจะดูเป็นการลงทุนที่มีอนาคต แต่ในเวลาเดียวกันชาติชายบอกว่าก็มีความเสี่ยงอยู่หลายประการ ดังนั้นก่อนจะซื้อคุณต้องตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ซะก่อน

          ความเสี่ยง 1 : ผ่อนไหวไหมถ้าไม่มีผู้เช่า   หากไม่มีผู้เช่าอย่างที่เราคาดหวัง คุณต้องประเมินกำลังตัวเองก่อนว่า มีความสามารถในการผ่อนรายเดือนไหวหรือไม่ โดยปรกติความสามารถในการผ่อนชำระคิดง่ายๆ โดยนำรายได้ต่อเดือนมาหักค่าใช้จ่ายประจำ เช่น ค่าผ่อนรถ ผ่อนบ้านหลังเก่า จ่ายบัตรเครดิต เหลือเท่าไร 40% ของเงินที่เหลือทั้งหมดคือความสามารถในการผ่อนชำระของเรา นอกจากค่าผ่อนแล้วอย่าลืมมองเรื่องค่าใช้จ่ายการบริการจัดการทรัพย์สินส่วนกลางและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในอาคาร มีอัตราการเรียกเก็บเหมาะสมสอดคล้องกับรายจ่ายซึ่งเกิดขึ้นอย่างเพียงพอหรือไม่ ซึ่งปกติจะเรียกเก็บที่ 20-50 บาทต่อตารางเมตร

          ความเสี่ยง 2 : มีสภาพคล่องแค่ไหน   การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เป็นการลงทุนที่มีสภาพคล่องที่ต่ำเนื่องจากอสังหาริมทรัพย์จะสามารถแปรเป็นเงินสดได้ยาก และช้ากว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนหรือการออมในรูปของเงิน ฝาก เงินลงทุนในกองทุน หุ้น หรือทองคำลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นั้น นักลงทุนจะต้องเป็นผู้ที่สามารถรักษาสภาพคล่องของตนเองได้ดีพอสมควร

          ความเสี่ยง 3 : เลือกผู้พัฒนาโครงการดีหรือยัง  ถ้าเลือกผู้พัฒนาโครงการไม่ดีก็เป็นความเสี่ยงเช่นกัน ฉะนั้น เราก็ต้องเลือกผู้พัฒนาโครงการที่มีชื่อเสียง ผมยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า ถ้าเราผ่อนกับโครงการไปได้ระยะหนึ่งแล้ว โครงการล้มหรือสร้างเสร็จไม่ทันกำหนด ความเสี่ยงก็จะตกอยู่กับเรา

          ความเสี่ยง 4 : รับได้ไหมกับการลงทุนที่จุกจิก อีกประการหนึ่งเป็นเรื่องของการค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน ในอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการดูแลรักษา ซ่อมบำรุง และอาจรวมไปถึงต้นทุนของการลงทุนในเฟอร์นิเจอร์ เครื่องปรับอากาศ และเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ ที่จำเป็นสำหรับอสังหาริมทรัพย์นั้นๆ เป็นการลงทุนที่มีรายละเอียดถี่ถ้วน และมีปัญหาหยุมหยิมเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นน้ำไม่ไหล ไฟดับ ผู้เช่าผัดผ่อนหรือไม่ยอมจ่ายค่าเช่า

          ทั้งหมดนี้ คือ ความเคลื่อนไหวของตลาดคอนโดมิเนียม ที่ต้องศึกษาให้ถ่องแท้ก่อนคิดจะลงทุน และพูดได้คำเดียวว่า "สุ่มสี่สุ่มห้า" ไม่ได้อย่างเด็ดขาด

          "ขณะนี้ผู้ขายเริ่มปรับราคาขายบ้าน คอนโดในใจกลางเมือง จากผลกระทบเรื่องผังเมืองที่กาลังจะประกาศใช้ รวมถึงปัจจัยเรื่องต้นทุน ตั้งแต่ราคาวัสดุก่อสร้าง ต้นทุนค่าขนส่ง และค่าจ้างแรงงานที่ทยอยปรับขึ้นตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา"

          ทำเลที่มีการปรับตัวสูงที่สุด

          (หน่วย : บาท/ตารางวา)

                                                     เดิม      ใหม่

          สีลมจากแยกศาลาแดง-แยกนราธิวาสราชนครินทร์      650,000 850,000

          ถนนราชดำริ ตั้งแต่แยกราชประสงค์-คลองแสนแสบ     350,000 800,000

          ถนนพระรามที่ 1 ตั้งแต่แยกปทุมวัน-แยกราชประสงค์    350,000 800,000

          ถนนเพลินจิต ตลอดสาย                         430,000 800,000

          ถนนเยาวราช ตลอดสาย                        550,000 700,000

facebook รับข่าวสารซื้อ-ขาย อสังหา

ติดต่อ สอบถาม โฆษณาขายอสังหา